ธรรมะปัญญา @ สวนพันดาว part1
posted on 10 Mar 2010 21:12 by darkspiritหายไปจากโลก (มนุษย์) เเว๊บไปอีกโลก (ทางธรรม) ไม่ใช่ว่าไปบวชชีเพราะอกหักหรืออะไรต่างๆนะ
เเต่ตอนเเรกที่ไปเพราะท่านเเม่ชวน ท่านเเม่บอกว่าให้ไปปฏิบัติธรรมกับเเม่ซัก3วัน
สถานที่ที่ไปกันคือ สวนพันดาว อยู่เเถวๆสันกำเเพง ตอนเเรกที่เเม่ชวนนึกว่าไปวัด นั่งสมาธิ3วัน3คืน
ที่จิงมะจ๊ายยย !!
ขอบรรยายบรรยากาศใน สวนพันดาว เเบบคร่าวๆละกัน เพราะจะให้อธิบายสวน14 ไร่คงบรรยายไม่หมดนะ
นับจากนาทีเเรกที่รถจอดอยู่ประตูหน้าสวนคิดว่ากำลังมาเที่ยวรีสอร์ทยังไงอย่างงั้น
บรรยากาศออกเเนวๆรีสอร์ทเเต่ไม่อยากจะบอกว่า มันสวนกระเเสกับชีวิตที่เราอยู่เเบบสุดขั้วเลย
บ้านที่พักจะเเบ่งออกเปนเรือนเล็กๆหลายเรือนเเต่จะมีเรือนใหญ่ที่เปนเซนเตอร์
เค้าเรียกเรือนนี้ว่า "จันทร์กลางดาว" เหมือนชื่อนี้จะไม่มีที่มาเเต่สุดท้ายก็เเอบคิดไปเองว่ามันต้องมาจาก...เเน่ๆ
มาจากอะไรอุบไว้ก่อน อิอิ ~~~
ภายในสวนก็สวนสมชื่อ มีต้นไม่หลากหลายสายพันธ์ มีทั้งกินได้เเล้วก็กินไม่ได้ อย่างเช่น โกโก้ (เพิ่งเคยเหน)
ราสเบอรี่ (ที่เหมือนไข่หอยเชอรี่เเต่สีเข้มกว่า 555+) มีมะตูม มะเขือ ชมพู่ มะกรูด บลาๆๆๆ
ไปถึงในสวนก็ลงทะเบียนรับป้ายชื่อ เเจกน้ำคนละ 1 ขวด
เสร็จเเล้วก็ไปฟังธรรมหลวงลุงกับเเม่ชี ที่ศาลา ฟังหลวงลุงเล่าประวัติตัวเอง ทึ่งมาก !!!
หลวงลุงเเกไปทำงานที่อเมริกา13ปี ไม่เคยอยู่เมืองไทยเลย ตั้งเเต่เเกจบเเพทย์มา เเม่นันที่เปนคู่ชีวิตเเกก็จบ
เศรษฐศาสตร์จบจากนอกด้วย เเต่ก็มาบวชชี เพราะค้นพบทางสว่างของชีวิตพร้อมกับหลวงลุง
หลวงลุงเเกบอกว่า ให้พวกเราคิดว่าในสวนนี้ก็เหมือนวัด เปนวัดที่เหมือนสวนให้ทำตัวสบายๆ
ทำตัวเหมือนอยู่ในสวนเเต่ให้ปฎิบัติธรรมเหมือนอยู่ในวัด
การปฏิบัติธรรมที่นี่ไม่ใช่การที่จะมานั่งสวดมนต์ นั่งสมาธิเเบบมาราธอน
เเต่เปนการใช้หลักธรรมปัญญา ใช้อุบายธรรม
ธรรมะ ก็คือ ธรรมชาติ ในสวนนี้ธรรมชาติ ต้นไม้ ต้นหญ้า ก้อนกรวด ก้อนหิน เม็ดทราย ทุกอย่างสอนเราได้หมด
หลังจากที่ฟังธรรมจากหลวงลุงจบ บรรดาเเม่ชี ก็เเนะนำตัวเอง เเม่ชีที่นี่มีหลายท่าน ฐานะทางโลกเยอะ
เเต่ท่านก็ยังทิ้งทุกอย่างเพื่อไปหาความจริงในชีวิตที่ทางโลกให้ท่านไม่ได้
เเนะนำเสร็จก็เเบ่งกลุ่ม เเบ่งกลุ่มกันออกไปหาอุบายธรรม ธรรมะจากเเสงเเดด ธรรมะจากต้นหญ้า
ท่านเเม่ชีสอนให้คิด ว่าธรรมชาติสอนอะไรเราได้เเล้วเราจะน้อมนำคำสอนนั้นมาใช้ยังไง
นี่คงเปนเหตุผลที่ว่าทำไมเราไม่นั่งสวดมนต์อยู่ที่บ้านล่ะ ในเมื่อเราก็สวดมนต์ที่บ้านก็เหมือนได้ปฎิบัติธรรม
เราคงไม่มีเวลาที่จะออกมาชมต้นไม้เเล้วโยงไปถึงธรรมะได้
อยู่ที่นี่เราได้ถอดรองเท้าเดินในสวน สัมผัสดินอย่างเเท้จิง อยู่ที่บ้านเราคงไม่บ้าถอดรองเท้าเดินดูต้นไม้หรอก
เดินสำรวจเจอต้นโกโก้ เเม่ชีบอกว่าให้คิดว่าต้นโกโก้สอนอะไรเราได้บ้าง
ต่างคนก็ต่างความคิดเพราะในต้นไม้1ต้นมีคำสอนมากมายหลายเเง่มุม
กิจกรรมวันเเรกตอนกลางวันก็เปนไปด้วยดี ได้ลองเข้าไปสำรวจดูบ้านที่จะต้องเข้าไปดู
ปร๊ะจ้าววววว !!! ในห้องมีไฟเเต่เปิดไม่ได้ เเต่มีห้องน้ำอยู่ข้างเรือน โล่งอก ~~~
เเต่ปร๊ะจ้าวววว!!!! ไหงมันไม่มีไฟง่ะ ตอนนี้ยังไม่เปนไรนะเเต่ลองคิดถึงตอนกลางคืนสิ อ้ากกกก !!!
ไม่เปนไรตอนนี้ยังไม่มืดช่างมัน 555+
ตอนเเรกรู้สึกอยากตายที่ทำไมมันถึงน่าเศร้าขนาดนี้ เเต่มาฟังความคิดเเม่เเล้วก็เข้าใจมากขึ้น
เเม่บอกว่าเค้าอาจจะอยากให้เราได้ลองคิดดูว่าถ้าอนาคตเราไม่มีไฟให้ใช้ จะทำยังไง ?
คนสมัยก่อนเค้าอยู่กันยังไง ทำไมเค้าถึงอยู่กันได้ ? คิดในใจ คนโบราณไม่เรื่องมาก 555+
ขนาดสภาพเรือนที่ไม่มีไฟก็ยังสอนเราได้ว่าเราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ
เราต้องเตรียมรับกับวันที่เราไม่มีไฟฟ้าใช้ เราต้องในประมาทในการใช้ชีวิต
ตัดเรื่องนี้ทิ้งไปเพราะตะวันยังส่องอยู่เราไม่กลัว 555+
ทำกิจกรรมช่วงเช้าเสร็จ ก็ไปกินบุฟเฟต์ที่สามารถสอนธรรมะได้ด้วย !!
สอนยังไงน่ะเหรอ เอาเปนว่าทั้งข้าว ทั้งเนื้อ ทั้งผัก เราต้องขอบคุณเค้า ระลึกเสมอว่าเค้าอุตสาห์เสียสละตัวเอง
เพื่อให้เราได้อิ่มท้อง นี่คือ การกินเเบบได้บุญ
กับข้าวใช้ได้เลยเเหละ อิ่มมากกกก ~~ กินเสร็จต้องล้างจานเอง เพราะคนงานไม่พอ อิอิ
หลังจากที่อิ่มกันเเล้วก็ได้นอนพัก เเต่คราวนี้สวนกระเเสอีกเเล้วครับทั่นนน!!
ท่านชีให้กลุ่มที่เเบ่งมา ไปนอนพัก เเต่มีข้อเเม้ว่าต้องนอนท่าศพ !!!
องค์หญิง: (ถามคนข้างๆ) พี่คะเปนศพนี่นอนยังไงคะ นอนท่าไหนอ่ะ ?
พี่ข้างๆ: ไม่รู้เหมือนกันนะคะพี่ไม่เคยเปนศพซะด้วยสิ
เเม่ชี :นู๋ก็นอนบนพื้นเเบบไม่ปูอะไรเเล้วก็นอนหงานเอามือเเนบลำตัว เเค่นี้เเหละค่ะ
จากบทสนทนาข้างต้น จงตอบคำถามต่อไปนี้ ....เย้ยยย !!! มะจ๊ายยย
นอนท่านี้อยากบอกว่าเจ็บหัวมาก เเต่ก็หลับได้ 555+
หลังจากพัก ก็ทำกิจกรรมช่วงบ่าย หาอุบายธรรม
เสร็จกิจกรรม เฮ!!!! ข้าวเย็น อร่อยอีกเเล้ว 555+
ใกล้ถึงช่วงเวลาที่น่าระทึกเข้าไปทุกที เอาไว้ค่อยมาพิมต่อ ไม่ไหวละ ขี้คร้าน 555+
ปล. จะไม่เปิดไฟทิ้งไว้เเล้วเจ้าคร่า ~~~
edit @ 10 Mar 2010 22:25:41 by ~shinigami neko =w=~